วัยรุ่นเป็นวัยที่เบิกบาน สนุกสนาน มีความคิดความเห็นของตนเองมากขึ้น
มีการพบปะเพื่อนฝูงต่างๆ ในโรงเรียนมากมาย ทั้งเพศเดียวกันและเพศตรงข้าม
ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกหรือเสียหายอย่างไรที่จะมีเพื่อนเพศตรงข้าม
ถ้าอยู่ในกรอบแห่งการคบหาสมาคมเช่นเพื่อนสนิทที่มีความหวังดีต่อกันและกัน
พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่น
พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่น
2.1 การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร จากการศึกษาวัยรุ่นในสถานศึกษาและโรงงานอุตสาหกรรม พบว่า
ประมาณครึ่งหนึ่งของวัยรุ่นหญิงในโรงงานมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงานโดยมักจะคบกันสองเดือนแล้วจึงมีเพศสัมพันธ์
คู่รักมักเป็นคนนอกโรงงาน อาจมาจากโรงงานที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งพบกันตามดิสโก้
คาราโอเกะ เริ่มมองหาเพศตรงข้ามเมื่ออายุ 18-20 ปี
และคิดแต่งงานอายุ 20-24 ปี
โดยผู้หญิงจะมีความสัมพันธ์ทางเพศกับคู่รักยาวนานกว่าและคบเพียงคนเดียว
ในขณะที่ผู้ชายจะคบผู้หญิงหลาย ๆ คน ความสัมพันธ์ทางเพศก็จะมีทั้งระยะสั้น คือ
มีเพศสัมพันธ์ 1-2 ครั้ง ยาวนานประมาณ 1-2 เดือน หรือ 4-5 เดือน แล้วเลิกคบกันไป
มักเกิดจากผู้หญิงเป็นฝ่ายเชิญชวนเริ่มต้นความสัมพันธ์ก่อน
และความสัมพันธ์ทางเพศระยะยาวคือผู้ชายเป็นฝ่ายสนใจและคิดจะแต่งงานด้วยในอนาคต
ระยะเวลาความสัมพันธ์จะมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป
การมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นหญิงจะมีสองลักษณะ คือ เกิดจากอารมณ์ความรู้สึกชอบและเป็นความสัมพันธ์ที่คำนึงถึงเรื่องเงินเป็นหลัก
คู่นอนอาจเป็นคนที่อยู่ในโรงเรียนหรือโรงงานเดียวกันหรือต่างโรงเรียน ต่างโรงงาน
ถ้าเป็นผู้ใหญ่จะเป็นพวกพ่อค้า นักธุรกิจ ตำรวจ
และทหารที่อาจแต่งงานแล้วหรือยังโสด (กรมสุขภาพจิต, 2547. หน้า 7 )
2.2 การมีคู่นอนหลายคน จากข้อมูลการศึกษานิสิตในมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน พบว่า
ทั้งหญิงและชายที่นิยมมีกิ๊ก คือคู่ที่อาจมีหรือไม่มีเพศสัมพันธ์กันก็ได้
เหตุผลของการมีกิ๊กคือ
เกิดจากความประทับใจในตัวใครบางคนที่บังเอิญเข้ามาตรงกับที่กำลังต้องการใครสักคน
ถึงแม้ว่าจะมีหรือไม่มีแฟนอยู่แล้วก็ตาม ถ้าไม่มีก็คบไว้เผื่อได้เป็นแฟนกัน
หรือคบไว้เผื่อได้เป็นแฟนกัน หรือคบไว้เพื่อคอยเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน
หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยกัน รวมทั้งมีคนช่วยในเรื่องค่าใช้จ่าย เช่น ค่าอาหาร
ดูหนัง ซื้อเสื้อผ้า สำหรับผู้หญิงที่มีกิ๊กบางคนเป็นเพราะปฎิเสธไม่เป็น
ไม่กล้าตัดสินใจเลือกใครอย่างเด็ดเดี่ยว (กรมสุขภาพจิต, 2547.หน้า 9 อ้างอิงจาก ธนพร สง่าศรี และคณะ,
2546) จากผลการศึกษาของ จันทร์แรม ทองศิริ (2539, หน้า ง )
ซึ่งได้ศึกษาพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่นในอำเภอเมืองจังหวัดน่านพบว่าวัยรุ่นร้อยละ 31.7 มีคู่นอน 1-2 คน ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา
2.3 การไม่ใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ เด็กวัยรุ่นไทยปัจจุบันนี้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์มากขึ้น โดยเฉพาะโรคเอดส์ อุบลรัตน์ ธนุจิวงค์ (2547, ไม่มีเลขหน้า) ได้ศึกษาแนวโน้มพฤติกรรมเสี่ยง การติดเชื้อเอสไอวีในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 และนักเรียนอาชีวศึกษา ระดับ ปวช. ปี 2 ในพื้นที่กรุงงเทพมหานคร ผลการศึกษาพบว่า นักเรียนมัธยมศึกษาชาย ในภาพรวมสัดส่วนในการใช้ถุงยางอนามัย เมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ค่อนข้างต่ำไม่ถึงร้อยละ 50 และการมีเพศสัมพันธ์กับคู่รัก หรือแฟนมีสัดส่วนการใช้ถุงยางอนามัยค่อนข้างต่ำ ไม่ถึงร้อยละ 40 โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนอาชีวศึกษา จะมีสัดส่วนการใช้ถึงยางอนามัย ต่ำกว่ากลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษา คือ ร้อยละ 10-15 เท่านั้น การมีเพศสัมพันธ์กับคนรู้จักผิวเผินนั้นพบว่า นักเรียนชายมีสัดส่วนการมีเพศสัมพันธ์กับคนรู้จักผิวเผิน มากกว่านักเรียนหญิงประมาณร้อยละ 30-50 ระหว่างนักเรียนอาชีวศึกษา และมัธยมศึกษามีสัดส่วนของการมีเพศสัมพันธ์ กับคนที่รู้จักผิวเผินใกล้เคียงกัน โดยมีสัดส่วนการใช้ถุงยางอนามัยเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น ส่วนการมีเพศสัมพันธ์กับหญิงบริการทางเพศ และการใช้ถุงยางอนามัย พบว่ากลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษา สัดส่วนการมีเพศสัมพันธ์กับหญิงบริการทางเพศ สูงกว่านักเรียนอาชีวศึกษา โดยมีสัดส่วนการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง เฉลี่ยร้อยละ 50 ซึ่งต่ำกว่านักเรียนอาชีวศึกษา ซึ่งมีสัดส่วนการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง เฉลี่ยร้อยละ 91
2.4 การมีคู่นอนหลายคน จากรายงานการทบทวนสถานการณ์ เรื่องพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่นของกรมสุขภาพจิต (2547, หน้า 9) พบว่ารูปแบบการมีเพศสัมพันธ์อีกรูปแบบหนึ่งที่เกิดขึ้นในหมู่คือ สวิงกิ้ง (Swinging) ซึ่งหมายถึง การที่มีหญิงและชายมาทำกิจกรรมทางเพศ คือร่วมเพศกันมากกว่า 2 คนขึ้นไป โดยจะเป็นชาย 2 หญิง 1 หรือหญิง 1 ชาย 2 ก็ได้ แล้วแต่รสนิยมหรือความสมัครใจ ไม่มีรูปแบบที่ตายตัวแน่นอน ส่วนใหญ่ไม่นิยมชายล้วนหรือหญิงล้วน สวิงกิ้งกำลังแพร่หลายอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงในกรุงเทพเท่านั้นที่มีรสนิยมทางเพศแบบนี้ เพราะในเมืองเชียงใหม่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น (เอกณรงค์ ภารุพงษ์, 2546) โดยพฤติกรรมการแลกเปลี่ยนคู่นอนของกลุ่มวัยรุ่นปัจจุบันมีเปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้นถึง 50 % โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่อายุ 15-23 ปี (รัชนี ศรีอ่อนศรี, 2546) ทั้งนี้เนื่องจากเด็กมีการเรียนรู้เรื่องเพศสัมพันธ์เร็วขึ้น โดยได้รับอิทธิพลจากสื่อแขนงต่าง ๆ และสภาพสังคมไทยในยุคปัจจุบัน แฟชั่นการแต่งตัวของวัยรุ่นมีส่วนที่ทำให้หนุ่มสาวไม่สามารถห้ามไม่ให้มีเพศสัมพันธ์เกิดขึ้นได้ เพราะเด็กจะมีวิถีการติดต่อกันเป็นระบบเครือข่ายที่คนนอกไม่สามารถเข้าไปควบคุมพฤติกรรมได้ เช่น ชมรมสวิงกิ้ง กลุ่มนางฟ้าโล่เงิน เป็นต้น โดยส่วนใหญ่จะติดต่อสื่อสารกันทางอินเตอร์เน็ต โทรศัพท์ และตามร้านอาหารทั่วไป ไม่ได้นัดเจอกันตามเธค ผับ เพราะไม่มีเสียงคนรบกวน พูดคุยกันได้ง่ายขึ้น คนกลุ่มนี้จะมีวิธีการป้องกันตัวเองอย่างดี น้อยมากที่จะพลาดตั้งครรภ์ ซึ่งถ้าตั้งครรภ์ก็จะมีวิธีการทำแท้งได้โดยไม่ยาก
2.5 การขายบริการทางเพศ วัยรุ่นที่เป็นนักเรียน/นักศึกษาขายบริการทางเพศในช่วงแรกจะต้องใช้สารเสพติดช่วยให้มีความรู้สึกกล้าที่จะมีเพศสัมพันธ์กับลูกค้า และช่องทางที่นักศึกษาจะขายบริการมี 2 ช่องทางคือ 1.แม่เล้าซึ่งเป็นเพื่อนด้วยกันเองที่เคยมีประสบการณ์มาก่อนชักชวน 2.เป็นกลุ่มที่บินเดี่ยว ซึ่งกลุ่มนี้มักจะผ่านจากแบบแรกมาก่อน เมื่อมีประสบการณ์และมีลูกค้าแล้วก็จะออกมาขายบริการเอง ซึ่งได้เงินมากกว่าช่องทางแรกเพราะไม่แบ่งเงินให้กับแม่เล้า ซึ่งแบบนี้จะมีการแตกตัวเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ โดยช่องทางแรกและช่องทางที่สองนี้จะหมุนเวียนเป็นวัฎจักรต่อ ๆ ไป โดยมักจะขายบริการผ่านทางเว็บไซต์ โดยการลงรูปแนวเซ็กซ์ของตัวเอง นอกจากนั้นยังพบตามร้านตัดผม นอกจากบริการตามร้านตัดผมแล้วยังพบขายบริการบนรถไฟ และการขายบริการที่พิสดารมากกว่านั้นคือขายบริการบนรถตู้ มีเพศสัมพันธ์กับลูกค้าตอนที่รถตู้กำลังแล่นอยู่ (กรมสุขภาพจิต, 2547. หน้า 9-10)
2.6 การดื่มสุราหรือการใช้สารเสพติดก่อนมีเพศสัมพันธ์ วัยรุ่นนิยมดื่มสุราและเสพยา 3 ชนิด คือ ยาอี ยาเค ยาบ้า ซึ่งเมื่อเสพจะไม่สามารถควบคุมร่างกายเกิดความต้องการทางเพศสูงขึ้น ยาบางตัวมีราคาแพงจึงต้องรวมกลุ่มกันเพื่อซื้อมาเสพ ซึ่งเป็นที่มาของการมีเซ็กซ์หมู่ในวัยรุ่น (กรมสุขภาพจิต, 2547. หน้า 11)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น